2.1 กติกา Texas Hold’em

ในบทความนี้ จะสอนคุณเกี่ยวกับ กติกา Texas Hold'em ใน 1 เกมสามารถทำอะไรได้บ้าง มีการเล่นกี่รอบ เพื่อให้มีความเข้าใจก่อนไปถึงเทคนิคในการเล่น
กติกา โป๊กเกอร์

โดยปกติสากลทั่วการเล่น กติกา Texas Hold’em จะใช้ไพ่สำรับมาตรฐาน 52 ใบ และมีผู้เล่นได้ตั้งแต่ 2- 10 คนต่อ 1 โต๊ะ และหากเป็นการแข่งขันแบบ Tournament ถึงจะมีผู้เล่นทั้งหมดหลายพันคนแต่ก็จะแบ่งการแข่งขันออกเป็นโต๊ะย่อยๆไม่เกิน 10 คน

Poker Table Position

ก่อนที่จะเริ่มการแจกไพ่ต้องมารู้จักกับตำแหน่งต่างๆก่อน ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดจะเรียกว่า Dealerหรือ Buttonโดย Dealer ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าคนแจกไพ่ แต่เป็นตำแหน่งที่จะบอกว่าผู้เล่นไหนเป็น ผู้เล่นตำแหน่ง Blind”

โดยผู้เล่นตำแหน่ง Blindนั้นจะมีอยู่ 2 คน คือ “Big Blind”และ “Small Blind”คนสองคนนี้คือคนที่นั่งอยู่ทางซ้ายของ Buttonโดยทางซ้ายคนแรกจะเป็น Small Blindและ ถัดไป Big Blind ต่อมานะครับ Blindมีหน้าที่อะไร Blindคือตำแหน่งที่จะเป็นคนลงเงินกองกลางตามที่โต๊ะกำหนดไว้ก่อนในรอบแรก เช่น ก่อนคุณเข้าไปเล่นโต๊ะจะเห็นว่าโต๊ะนั้นเขียนไว้ว่า 0.5/1 นั้นก็หมายความว่าในแต่ละรอบที่เริ่มเล่นเกม Small Blindต้องลงเงินก่อน 0.5$และ Big Blindต้องลงเงิน 1$ซึ่งตำแหน่งนี้รวมทั้งButton จะติดกันและวนซ้ายไปเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นทุกคนบนโต๊ะได้เป็นทุกตำแหน่ง

หลังจากที่ Blind ลงเงินกันแล้ว ทุกคนจะได้รับไพ่ 2 ใบ และจะมีการเปิดไพ่ตรงกลางรวมทั้งหมด 5 ใบแต่จะไม่เปิดทีเดียวพร้อมกัน จะเริ่มจากการเปิด 3 ใบแรก และ ค่อยๆเปิดทีละใบจนครบ 5 ใบ

โดยจุดประสงค์หลักของการเล่นโป๊กเกอร์นั้นง่ายมาก คือ การนำไพ่ในมือของเราไปรวมกับไพ่ทั้ง 5 ใบของกองกลางเป็นให้ได้รูปแบบไพ่ที่ใหญ่ที่สุด

การเล่น ทั้ง 4 รอบ

กติกา Texas Hold’em ในการเล่นแต่ละเกมนั้นผู้เล่นจะสามารถเล่นได้ 4 รอบโดยเมื่อถึงรอบผู้เล่นแล้วจะมีอยู่ 3 อย่างที่ผู้เล่นสามารถเลือกทำได้ในรอบของตัวเอง

1. Bet / Raise  “การเกทับ”  ทั้ง bet หรือ raise คือการเรียกชิพเพิ่มจากคู่ต่อสู้บนโต๊ะ ต่างกันตรงที่ “Bet” คือการเรียกชิพเพิ่มเป็นคนแรก  แต่ถ้ามีผู้เล่นก่อนหน้าเราทำการ bet มาก่อน ถ้าเราจะเรียกชิพเพิ่มขึ้นไปอีกเราจะเรียกว่า “Raise”

 ** ในรอบ Preflop  เราจะถือว่า Blind คือการบังคับ “Bet” **

2 .Check/Call  “ขอดูไพ่” หากผู้เล่นที่ทำการเล่นก่อนเราทำลงเงินเดิมพันเพิ่ม และเราต้องการที่จะเล่นต่อเพื่อจะไปดูไพ่ใบถัดไปเราต้องทำการ “Call” พูดง่ายๆคือการวางเงินเดิมพันเท่ากันเพื่อที่จะสามารถเล่นต่อในรอบถัดไป

แต่หากผู้เล่นก่อนหน้าเราไม่มีการลงเงินเดิมพัน หรือ เราเป็นคนแรกที่เริ่มเล่นในรอบนั้นและเราไม่ต้องการที่จะวางเงินเดิมพันเพิ่ม เราสามารถทำการ “Check” เหมือนเป็นการผ่านไปเฉยๆ เพื่อจะเล่นต่อและไปดูไพ่ใบถัดไป

3. Fold คือการหมอบไพ่ ขอยอมแพ้ในเกมนั้นและจะไม่สามารถเล่นต่อได้ในเกมนั้นแล้วจนกว่าจะเริ่มเกมใหม่

ในการเล่นแต่ละเกมนั้นจะแบ่งเป็น 4 ช่วง

Pre-Flop

เป็นรอบการเล่นการเล่นแรก โดยจะเริ่มหลังจากที่ Blind ลงเดิมพันครบ และ แจกไพ่ 2 ใบแรก โดยในรอบแรกนี้คนที่เริ่มคนแรกจะเป็นคนที่อยู่ทางซ้ายของ Big Blind และวนซ้ายไปเรื่อยๆจนครบรอบที่ Big Blind โดยรอบนี้จะจบเมื่อ เงินเดิมพันของผู้เล่นทุกคนเท่ากัน

The Flop

เป็นรอบที่สองของการเล่นโดยจะเริ่มที่เปิดไพ่ Flop 3 ใบตรงกลาง และเริ่มเล่นที่ Small Blind จนไปถึง button  รอบนี้จะจบลงที่ทุกคนวางเงินเดิมพันเท่ากัน

The Turn

เป็นรอบที่สามของการเล่นโดยจะเริ่มที่เปิดไพ่ใบที่ 4 ที่เรียกว่า Turn ตรงกลาง และเริ่มเล่นที่ Small Blindแบบเดียวกับช่วง Flop 

The River

เป็นรอบสุดท้ายของการเล่น โดยเริ่มจากการเปิดไพ่ใบสุดท้าย the riverตรงกลางและเริ่มเล่นที่ Small Blindแบบเดียวกับช่วง Flop และ Turn 

เมื่อรอบ The Riverจบ ทุกคนที่ยังอยู่โดยไม่ได้ Fold ไปจะเข้าสู่การ  Showdownคือการแสดงไพ่ของตัวเอง 2 ใบเพื่อที่จะรวมกับไพ่กองกลาง 5ใบให้มีรูปแบบที่ใหญ่ที่สุดโดยคนที่มีไพ่ที่มีรวมกันแล้วมีรูปแบบที่ใหญ่ที่สุดจะได้เงินเดิมพันทั้งหมดไป

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

บทความที่เกี่ยวข้อง

การ Bad Callเป็นหนทางที่ง่ายที่สุดไปสู่ความหายนะเเต่มันก็มีความเเตกต่างกันระหว่างการคอลไปเพื่อเหตุผลที่ถูกต้องกับการคอลไปเพื่อทำตามสัญชาติญาณเเละอารมณ์
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา Tom Dwan นักโป๊กเกอร์ชื่อดัง ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Podcast ของ Brandon Adam มีหลายเรื่องที่น่าสนใจกันเลยทีเดียว
โป๊กเกอร์ เป็นเกมที่เล่นบนความไม่แน่นอน และย่อมมีแพ้ชนะหรือ ได้เสีย แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า “ทำไมถึงไม่ชนะสักที”